Castlevania Lords of Shadow Chapter II

posted on 20 Oct 2010 14:43 by reko-j in Game

มาต่อกันเลยกะ Chapter II ของ Castlevania Lords of Shadows

Warning!! Entry นี้ Spoiler เต็มๆ ตั้งกะต้นยันจบ Chapter II (ยาวจิ๊บเลยอ่ะ)

ใครไม่อยากเสียอรรถรส อย่าเลื่อนลงไปอ่านนะ เราเตือนคุณแล้ว


Castlevania Lords of Shadow : Chapter II

 

Chapter II-I Enchanted Forest

เกเบรียล ออกเดินทางไปสู่ดินแดนของจ้าวแห่งอมนุษย์ด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม

เขาได้เดินทางมาถึงชายแดนดินแดน Agharta ที่เคยเป็นดินแดนแห่งวิทยาการอันยิ่งใหญ่

แต่ในปัจจุบันมันเหลือเพียงซาก ถูกปกคลุมด้วยผืนป่า และถูกครอบครองโดยเหล่าอสูรร้าย...

เขาต้องเดินทางผ่านซากปรักหักพังทั้งหลาย ผ่านกองทัพของเหล่าอมนุษย์ที่พยายามขัดขวางเขา

แต่เขาเองก็ไม่ยอมแพ้ ทุกก้าวที่เขาก้าวไปล้วนมั่นคงและทรงพลัง

แต่แล้วเขาก็เดินทางมาพบกับทางตัน เขาไม่อาจเดินทางต่อไปบนเหนือผืนดินได้

ดังนั้น เกเบรียลจึงเปลี่ยนเส้นทางลงไปสู่โบราณสถานใต้พิภพ

 

Chapter II-II  Underground Caves

เขาจำเป็นต้องเดินทางผ่านเส้นทางสายนี้ หนทางใต้พิภพที่มืดมนและอับชื้น

ทั้งกำแพง เพดาน และพื้นดินล้วนมีสัมผัสที่แปลกประหลาดเพราะมันเต็มไปด้วยไยแมงมุม

เกเบรียล เลือกเดินทางตรงเข้าไปยังอุโมงค์ข้างหน้า แต่แล้วเขาก็ถูกโจมตี

แมงมุมพิษตัวใหญ่จู่โจมเข้าจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว เขี้ยวที่เต็มไปด้วยพิษร้ายของมัน

เกือบปักลงที่หน้าของเกเบรียล โชคยังดีที่เขาป้องกันมันไว้ได้ทันท่วงที แต่ตอนนี้เขาก็ถูกพิษเข้าซะแล้ว

เกเบรียลพยายามสลัดตัวจนหลุดออกมาได้ แล้วก็เข้าต่อสู้กับแมงมุมยักษ์ตัวนั้น

ในที่สุดเขาก็ล้มมันลงได้ และเพื่อรักษาพิษร้ายของมัน เครื่องรางแห่งแสงที่โซเบ็คให้มาจึงถูกใช้งาน

เมื่อเกเบรียลสามารถขจัดพิษออกไปได้ เขาจึงเดินทางต่อ ยิ่งเดินทางลึกเข้าไปเท่าไหร่

เหล่าอมนุษย์และแมงมุมพิษยิ่งปรากฏออกมามากขึ้น แต่พวกมันล้วนแต่กลายเป็นเหยื่อแส้ของเขา

ข้างหน้านั่น เกเบรียลได้พบกับโบราณสถานอันคุ้นตา สุสานของเหล่าภราดรแห่งแสงสว่างนั่นเอง

ภายในสุสานนั้น เขาได้พบกับเครื่องมือของรีนัลโด้ แกนดอล์ฟฟี่ ที่จะช่วยเพิ่มพลังให้แก่อาวุธของเขา

เมื่อเครื่องมือนั้นทำงานเสร็จสิ้น สายโซ่ ของอาวุธของเกเบรียลก็เต็มไปด้วยหนามแหลมคม

มันทำให้เขาสามารถใช้อาวุธอันนี้ ทำลายอุปสรรคที่ขวางทาง และบางทีก็ใช้บังคับเหล่าสัตว์ร้ายได้

แล้วเขาก็เดินทางขึ้นสู่ผืนพิภพเบื้องบนอีกครั้ง

 

Chapter II-III Labyrinth Entrance 

เมื่อเขากลับมาถึงเบื้องบน เขาก็ได้พบกับประตูบานใหญ่ตั้งตระหง่านขวางทางเขาอยู่

และเหล่าก็อบลินที่ออกมาขวางทางเขา โดยในคราวนี้มันขี่หมูป่ายักษ์ที่เป็นดั่งม้าศึกของพวกมันมาด้วย

หลังจากจัดการกับก็อบลินทั้งหมดแล้ว เขาจึงใช้แส้หนามของเขาควบคุมบังคับเจ้าสัตว์ร้าย

เมื่อเกเบรียล แย่งการบังเหียนหมูป่ายักษ์มาจากเหล่าก๊อบลินได้ ประตูบานใหญ่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

เส้นทางต่อไปของเขา ล้วนเต็มไปด้วยการปีนป่ายแหละห้อยโหน ซากโบราณสถานแห่งนี้

เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความรุ่งโรจน์ที่ดินแดนนี้เคยมี มันทั้งเก่าแก่และผุพัง พร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ

เขาจำเป็นต้องค่อยๆ ผ่านไปอย่างระมัดระวัง และเมื่อผ่านออกมาได้เขาก็พบกับประตูบานใหญ่

ประตูที่จะนำเขาเข้าใกล้ดินแดนของจ้าวแห่งอมนุษย์ไปอีกก้าวนึง...

กลไกที่จะสามารถเปิดประตูนั่นได้อยู่ด้านล่าง เพียงแค่เขาหมุนคานของกลไกมันก็จะเปิดประตูให้แก่เขา

แต่เจ้าก็อบลิน อมนุษย์ตัวน้อย ได้แย่งเอาคานหมุนของกลไกนั่นไป นั่นซึ่งทำให้เกเบรียลต้องออกแรง

ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาเลย หากแต่ไม่ใช่แค่ก็อบลินเท่านั้นที่โผล่ออกมาขวางทางเขา...

เหล่ามนุษย์หมาป่าชั้นสูง ที่ทรงพลังมากกว่าอมนุษย์ธรรมดามากมายนัก ได้ปรากฏออกมาขวางเขาเช่นกัน

เกเบรียลจึงไม่มีทางเลือกอื่น เขาจึงต้องประจันหน้ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า...

ต่อหน้าอัศวินผู้ทรงพลังแห่งกลุ่มภราดรแห่งแสง อมนุษย์ชั้นสูงก็เป็นได้เพียงแค่เหยื่อของเขา

เมื่อเกเบรียลจัดการอมนุษย์ที่โผล่ออกมาเพื่อขวางทางเขาหมดลง เข้าจึงใช้กลไกนั่นในการเปิดประตู

แต่ทว่าซากโบราณสถานอันเก่าแก่นี้ ไม่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนของกลไกได้อีก พื้นจึงได้พังลง

เกเบรียล ได้ตกลงไปสู่น้ำตกแห่งแอคกาธาร์...

 

Chapter II-IV Waterfalls of Agharta 

โชคดีที่เกเบรียลไม่มีอาการบาดเจ็บจากการตกลงมา แต่หนทางนั่นสูงเกินที่เขาจะปีนกลับขึ้นไปได้

เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงต้องออกสำรวจรอบๆ เพื่อหาทางไปต่อ...

เกเบรียลเจอกับอมนุษย์มากมายในดินแดนนี้ ทั้งมนุษยหมาป่า โทรล์ถ้ำ และ แมงมุมพิษ

แต่เขาเองก็สามารถโค่นพวกมันลงไปได้ เนื่องเพราะความแข็งแกร่งและความตั้งใจที่แน่วแน่

ระหว่างที่เขาหาทางกลับขึ้นไปข้างบน เกเบรียลได้พบกับซากสังขารของกลุ่มภราดรคนหนึ่ง

สิ่งที่เขาพบบนศพนั่นคือ เครื่องรางแห่งเงา ซึ่งสิ่งนี้สามารถเพิ่มพลังโจมตีให้แก่เขาได้ 

และเกเบรียล ก็ยังหาทางที่จะนำเขากลับสู่ดินแดนด้านบนพบอีกด้วย...

 

Chapter II-V Agharta 

ในที่สุดเกเบรียล ก็ปีนขึ้นมาถึงตัวเมืองแอคกาธาร์อีกครั้ง สิ่งที่เขาเห็นเมื่อปีนขึ้นมาก็คือโทรล์ถ้ำตัวนึง

ซึ่งมันเองก็สังเกตเห็นเขาและกำลังจะเข้ามาโจมตี 

เกเบรียลซึ่งกำลังเกาะอยู่ ณ ริมผาในขณะนี้เขาย่อมไม่สามารถป้องกันตัวเองได้...

แต่แล้วก็มีสาวน้อยนางนึง ปรากฏตัวออกมาขวางโทรล์ตัวนั้นไว้ เธอถือผลึกแก้วประหลาดในมือ

โทรล์ตัวนั้นยังคงจู่โจมเข้ามา แต่เมื่อสาวน้อยนางนั้นแสดงผลึกแก้วให้มันเห็น โทรล์นั่นแลดูจะหวาดกลัว

เหมือนมันจะรู้ว่าผลึกแก้วนั้นมีอันตราย...

เมื่อสาวน้อยนางนั้นบีบผลึกแก้วแตก เกเบรียลรู้สึกได้ถึงความมืดที่เข้าครอบงำบรรยากาศรอบข้าง

พลังที่ออกมาจากผลึกแก้วนั้น ได้สังหารโทรล์ถ้ำตัวนั้นลง และสาวน้อยนั้นได้หันมาหาเกเบรียล

แต่ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไร เธอเองก็ปีนหนีหายไปบนซากปรักหักพัง พร้อมพยักเพยิดให้เขาตามไป

เธอช่างคล่องแคล่วและว่องไว เธอวิ่งนำเขาไปสู่ปากทางลงไปสู่ถ้ำมืดใต้ดิน

ซึ่งสาวน้อยนางนั้นยืนรอเขาอยู่ เมื่อเขามาถึง เธอก็กระโดดลงไป เกเบรียลจึงต้องปีนตามเธอลงไปข้างล่าง

 

Chapter II-VI Dark Dungeon


ที่นี่ช่างมืดมิด จนเกเบรียลมองแทบไม่เห็นหนทางข้างหน้าเลย ถ้าไม่มีเปลวไฟสีฟ้าพวกนั้นช่วย

เธอยืนรอเขาอยู่ที่นั่น ณ ริมหน้าผาแต่แล้วเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ เธอก็กระโดดไปสู่ฝั่งตรงข้าม

แต่ทางที่เธอกระโดดผ่านไปนั่น เกินความสามารถของเกเบรียล เขาจึงต้องหาหนทางอื่น

เสาทั้งสองฟากนั้นมีกลไกบางอย่างอยู่ สิ่งที่เขาต้องการคือกุญแจที่จะทำให้มันทำงาน

เกเบรียลสำรวจสถานที่รอบๆ และพบกับซากสังขารของอัศวินคนนึง และเขามีกุญแจที่เกเบรียลต้องการ

แต่ทุกอย่างไม่เคยง่ายดายขนาดนั้น เหล่า Gremlin อมนุษย์แห่งเปลวเพลิงได้ออกมาขัดขวางเขา

เปลวไฟของพวกมันลุกไหม้อย่างร้อนแรง แต่เกเบรียลก็สามารถหลบการโจมตีของพวกมันได้

แล้วเขาก็ฟาดฟัน สังหารพวกมันเสียสิ้น...แต่นั่นยังเป็นแค่จำนวนน้อยนิดของพวกมัน

เมื่อเขาเดินทางต่อ ไปถึงสุดทางของโบราณสถานแห่งนี้ เหล่าเกรมลินก็ได้ออกมาโจมตีใส่เขาอีก

ในครานี้ จำนวนของพวกมันช่างมากมาย จนเกเบรียลเกือบจะรับมือไม่ไหว

แต่แล้วก็มีมือข้างนึงคว้าเอาพวกเกรมลินไป และบี้มันจนแหลกเละคามือ เกเบรียลจ้องมองผู้ที่มาช่วยเขาไว้

อัศวินในชุดเกราะสีดำตัวใหญ่ ได้ขู่จนพวกเกรมลินหนีหายไป แต่แล้วอัศวินดำนั้นก็โจมตีใส่เกเบรียล

เกเบรียลหลบการโจมตีนั้นได้อย่างเฉียดฉิว อัศวินดำตั้งท่าจะจะจู่โจมอีกครั้ง

แต่แล้ว เด็กสาวลึกลับคนนั้นก็ได้ปรากฏตัวออกมาหยุดอัศวินดำไว้...

"หยุด" เกเบรียลได้ยินเสียงของเด็กสาวก้องในหัวของเขา เธอหันมาหาเขา...

Cludia: เจ้าได้เห็นพลังที่สถิตย์อยู่ในผลึกดำแล้วสิ? มันสามารถใช้ได้ดีในการต่อสู้นะ

และเศษของผลึกพวกนั้นก็สามารถหาได้อยู่ทั่วไปในบริเวณนี้ ข้าชอบเดินไปเก็บพวกมันมาบ่อยๆ

เด็กสาวไม่ได้ออกเสียงพูดเลย แต่เกเบรียลกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน...

Gabriel: ข้าได้ยินเสียงเจ้าได้ยังไง ในเมื่อ....

Cludia: ข้าไม่ได้ขยับปากเลย..., มันเป็นพรสวรรค์น่ะ และข้ายังอ่านใจได้ด้วย

Gabriel: เจ้าเป็นใคร?

Cludia: ชื่อของข้าคือ Cludia และเขาคือผู้คุ้มกันของข้า เธอพูดพลางชี้ไปทางอัศวินดำ

เขาคอยดูแลข้า และข้าคอยจับวิญญาณของผีร้ายให้เขาดูดพลังเป็นการตอบแทนน่ะ

ถ้าไม่มีวิญญาณของพวกมัน เขาก็จะเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่... เจ้าดูมีอะไรที่แตกต่าง

เจ้า... ดูเป็นคนดี เพราะงั้นพวกเราจะยังไม่ฆ่าเจ้าก็แล้วกัน...

Gabriel: ข้าโล่งใจที่ได้ยินอย่างนั้น

เด็กสาวเอื้อมมือมาที่หน้าของเกเบรียล "ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากอ่านความคิดของเจ้าซักหน่อย"

แล้วเธอก็สัมผัสหน้าของเขา "ไม่นะ" เสียงของเธอดูหวั่นวิตกและหวาดกลัว

เกเบรียลตกใจกับปฏิกริยาของเธอ มีอะไรผิดพลาดอย่างงั้นหรือ?

Cludia: เจ้ามาที่นี่เพื่อสังหารจ้าวแห่งเงา และแย่งเอาพลังของพวกเขา, เจ้ามาเพื่อจะช่วยพวกเรา

และ เพื่อนำคนรักของเจ้ากลับมา...

Cludia: ข้าไม่กลัว ข้าจะไปกับเจ้า เจ้าทำคนเดียวไม่ได้แน่ พวกเราจะช่วยเจ้าเอง

Gabriel: ไม่คลอเดีย ข้าต้องไปคนเดียว...

Cludia: ท่านไม่รู้ทาง แต่ข้ารู้, ท่านต้องการข้า และท่านต้องใช้เขา

Gabriel: งั้นก็ได้...

เกเบรียลจำต้องรับอย่างเสียไม่ได้ แล้วพวกเข้าทั้ง 3 ก็ออกเดินทางไปด้วยกัน...

Cludia

-  เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ ณ ซากปรักหักพังของ แอคกาธาร์ ดินแดนที่เคยมีอารยธรรมที่สูงส่ง
ดินแดนที่ถูกทำลายลงไปเมื่อนานมาแล้ว ประชากรของที่นั่นล้วนแต่มีอายุขัยยืนยาวหลายร้อยปี
ซึ่ง Cludia เองก็เป็นเช่นนั้น เธอต้องทนทุกข์ทรมาณจากการอาศัยอยู่ในที่รกร้างและการหลบหนี
เธอได้พัฒนาความสามารถด้านโทรจิต เพื่อนสื่อสารกับผู้พิทักษ์ของเธอ อัศวินดำ
ซึ่งนี่เป็นความสามารถที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษของเธอ ความสามารถนี้ได้ช่วยพวกเธอเอาไว้ได้หลายครั้ง
Cludia เป็นเด็กที่มีนิสัยกล้าหาญและไร้ซึ่งความกังวลใดๆ และ เธอไม่กลัวที่จะต้องเผชิญกับอันตราย
แต่ลึกๆ แล้วในใจเธอก็มีความเศร้าแฝงอยู่ ความเศร้าที่บิดาอันเป็นที่รักของเธอต้องจากไป

The Black Knight

- ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกรรมวิธีเดียวกันกับยักษ์ศิลา แต่เพิ่มร่างมนุษย์ไว้ภายในเพื่อเสริมพลังให้กับชุดเกราะ
บิดาของคลอเดียใช้ซากศพของมือสังหารใบ้ และผนึกวิญญาณของเขาไว้ในชุดเกราะเพื่อสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา
อัศวินดำ จำต้องใช้วิญญาณในการเคลื่อนไหว คลอเดียจึงคอยล่อเหล่าผีร้ายมาให้มันกินวิญญาณที่ต้องการ
อย่างไรก็ตามถึงแม้อัศวินดำจะต้องกลือกินวิญญาณ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย...
และ วิญญาณฆาตกรที่สิงสู่อยู่ภายใต้ชุดเกราะก็ต้องการเพียงการไถ่บาป มันจึงคอยปกป้องเธอตลอดมา
ส่วน Dark Gaunlet ที่แขนซ้ายนั้นนั้นบิดาของคลอเดียได้ออกแบบเพิ่มมาในขั้นตอนสุดท้าย