Castlevania Lords of Shadow Chapter III

posted on 02 Nov 2010 14:46 by reko-j in Game

มาถึง Chapter III ของ Castlevania Lords of Shadows กันซะที

Warning!! Entry นี้ Spoiler เต็มๆ ตั้งกะต้นยันจบ Chapter III (สั้นๆ อย่างงี้เราชอบ)

ใครไม่อยากเสียอรรถรส อย่าเลื่อนลงไปอ่านนะ เราเตือนคุณแล้ว


Castlevania Lords of Shadow : Chapter III


Chapter III-I The Three Towers

เกเบรียลเก็บซ่อนความสงสัยเอาไว้ภายในใจ และเดินทางต่อจนมาถึงซากวิหารแห่งหนึ่ง

ซึ่งเคยเป็นดินแดนของเหล่าภูติพราย ก่อนที่เหล่าอมนุษย์จะเข้ามาครอบครองดินแดนแห่งนี้

เขาต่อสู้ ฟาดฟันเหล่าอมนุษย์ที่เข้ามาขวางทางเขา บุกลึกเข้าไปในซากปรักหักพังของวิหาร

จนเข้ามาถึงประตูบานใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยอมนุษย์ที่ออกมาขวางทางเขา

แต่แล้ว เกเบรียลก็ได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งที่เขาไม่คาดคิด...

เหล่าภูติพรายที่ยังเหลือรอดอยู่จากการรุกราน ได้บินมาห้อมล้อมตัวอมนุษย์เหล่านั้นไว้

ช่วยหลอกล่อความสนใจของพวกมัน จนเกเบรียลสามารถกำจัดพวกมันได้หมดสิ้น

หลังจากนั้น เหล่าภูติก็บินไปมารอบๆ ตัวเขาเหมือนจะบอกใบ้อะไรบางอย่าง...

เกเบรียลพบกับซากศพของอัศวินแห่งภราดรคนหนึ่ง ซึ่งได้เขียนข้อความทิ้งไว้ว่า...

"ข้าฝันเห็นสตรีรูปงามนางนึง ถึงแม้ว่านางจะพูดในภาษาที่ข้าไม่รู้จักแต่ข้าก็เข้าใจ
นางได้บอกข้าเกี่ยวกับนักรบแห่งแสงสว่าง ผู้ที่จะเดินทางมาเพื่อกำจัดจ้าวแห่งเงา
เมื่อนั้นนางและเผ่าพันธ์ของนางจะคอยช่วยเหลือเขา นางคือราชินีแห่งเหล่าภูติพรายผู้สง่างาม
ถ้าข้าต้องตายทีนี่ข้าก็ไม่เสียดายอีกแล้ว เพราะข้าพึ่งได้ประจักษ์ซึ่งประสบการณ์ที่หาที่เปรียบมิได้..."

ที่แท้ นี่ก็คือความพยามจะแก้แค้นเหล่าอมนุษย์ จากเหล่าภูติพรายที่พวกมันแย่งชิงดินแดนไปนี่เอง

และภูติเหล่านี้เองคือกลไกในการเปิดประตู เหล่าภูติยอมเสียสละตัวเองเพื่อให้เขาผ่านประตูบานนั้นมาได้

นอกจากนี้ เกเบรียลยังได้รับกระบอกสำหรับใส่เหล่าภูติ เพื่อใช้ในการเดินทางต่อไปข้างหน้าอีกด้วย

เกเบรียลเดินลึกเข้าไป จนถึงประตูใหญ่อีกบานหนึ่ง ประตูบานสุดท้ายที่จะนำเข้าไปสู่จ้าวแห่งอมนุษย์

และ ด้วยความช่วยเหลือของเหล่าภูติที่เกเบรียลรวบรวมมาประตูบานนั้นก็ได้เปิดออก


Chapter III-II The Dark Lord of the Lycans


ในที่สุดเขาก็เดินทางมาถึง ดินแดนของเจ้าแห่งเงา "จ้าวแห่งอมนุษย์" เป้าหมายแรกที่เขาต้องกำจัด

เกเบรียลรู้สึกได้ถึงบรรยากาศประหลาด เข้าจึงเข้าไปสำรวจ... แต่เบื้องหลังของเขาก็มีคนปรากฏตัวขึ้น

บุรุษร่างใหญ่โต ถือค้อนสงครามเป็นอาวุธในมือ เดินเข้ามาหาเกเบรียลอย่างช้าๆ....

Gabriel: ข้ามาที่นี่เพื่อทำให้คำทำนายเป็นจริง...

Cornell: ลูกน้องของข้าไม่ได้โกหกจริงๆ...นักรบแห่งกลุ่มภราดร บุกมาในดินแดนของข้า...

ข้าล่ะสงสัยจริง นักรบเอ๋ย, เจ้ารู้รึไม่ว่าที่นี่คือที่ไหน และ ข้าคือใคร...

Gabriel: ที่นี่คือดินแดนที่ถูกสาป, ส่วนเจ้าและเผ่าพันธ์ของเจ้าก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่...

เมื่อชายคนนั้นได้ยิน เขาก็หัวเราะขึ้นเหมือนดั่งมันเป็นเรื่องตลก....

Cornell: เจ้าบอกว่า เจ้ามาเพื่อทำตามคำทำนาย...

Gabriel: ทั้งเจ้า และจ้าวแห่งเงาคนอื่น ล้วนปกป้องแหล่งพลังในดินแดนของตนเอง...

และ ข้ามาเพื่อครอบครองพลังนั่น..

Cornell: แค่เจ้า? เพียงคนเดียว?...เจ้ามนุษย์เห็นแก่ตัว เจ้ากล้าบุกรุกเข้ามาในแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้า

และกล่าววาจาสามหาวแบบนั้นกับข้า...ข้าผู้เป็นอมตะ, เจ้ามนุษย์ตัวจ้อย ข้าเองก็รู้คำทำนายน่าสมเพชนั่น

เจ้ามนุษย์ผู้ขลาดเขลา เจ้าช่างโง่เง่าจนไม่เข้าใจแม้สถานการณ์ของตนเอง

Gabriel: อสูรร้าย เจ้าต่างหากที่ขลาดเขลา ที่นำมาซึ่งความเจ็บปวดและทรมานในดินแดนนี้

Cornell: ฟังข้าเจ้ามนุษย์, เมื่อหลายร้อยปีก่อน 3 ยอดนักรบได้ก่อตั้งกลุ่มภราดรแห่งแสงสว่างขึ้นมา

ซึ่งก็คือกลุ่มที่เจ้าสังกัดอยู่...จุดประสงค์เพียงหนึงเดียวของพวกเขาก็คือ การกำจัดมารร้ายในโลกนี้

หลายสิบปีที่เหล่าผู้ก่อตั้งสู้รบปรบมือกับเหล่าอสูรร้ายของซาตาน ทำให้สมดุลย์เอียงไปสู่ข้างพระเจ้า

ด้วยมีความรับผิดชอบในสงคราม พวกเขาศึกษาจนรู้แจ้งในศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์...

และได้ค้นพบสถานที่พิเศษ ที่พลังศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าได้ทำให้เกิดสะพานเชื่อมระหว่างโลกและสวรรค์

เหล่าผู้ก่อตั้งจึงใช้พลังนั้น ในการล้างบาปและละทิ้งกายเนื้อของตนเอง กลายเป็นวิญญาณบริสุทธิ์

ที่มีพลังเป็นรองแต่พระเจ้าเพียงเท่านั้น แล้วจึงขึ้นไปสู่สวรรค์...

Gabriel: นั่นล้วนแต่เป็นเรื่องที่ข้ารู้อยู่แล้ว...

Cornell: แต่เขาเหล่านั้นไม่เคยรู้ ว่าสิ่งที่พวกเขาทิ้งเอาไว้นั้น หาใช่ร่างสังขารอันว่างเปล่าไร้วิญญาณ,

แต่เป็น "ด้านมืด" ของพวกเขาต่างหาก...เจ้าไม่เข้าใจหรือ?

นั่นแหละคือที่มาของพวกข้าที่พวกเจ้าเรียกขานว่า...จ้าวแห่งเงา

Gabriel: ไม่มีทาง...เจ้าโกหก... 

Cornell: ดูเถิด ที่นี่แหละคือที่แห่งนึงที่พวกเขาใช่ละทิ้งร่างไปสู่สวรรค์ และสถานที่ๆ ข้าถือกำเนิด

ที่นี่แหละคือสถานที่ในคำทำนาย ที่ว่านักรบแห่งแสงสว่าง จะมาเพื่อแย่งชิงพลังของพี่น้องข้าที่อยู่บนสวรรค์

และถ้ามันเกิดขึ้นจริง เขาก็จะตายไปพร้อมกับข้า...เพราะไม่ว่ายังไงเราเองก็ยังคงเป็นหนึ่งเดียวกัน

ถ้าเจ้าฆ่าข้า ก็เท่ากับฆ่าเขา, ฆ่าพวกเรา ฆ่านักบุญผู้ก่อตั้งกลุ่มภราดรของเจ้า

แล้วเขาก็เปล่งเสียงหัวเราะขึ้นมา...

Cornell: เหมือนประชดกันเลยใช่ไหมล่ะ? พี่น้องของข้าเอ๋ย บางทีเขาอาจจะยอมสละชีวิต...

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า แต่กับข้านั้น ไม่มีทาง....

Cornell: เพราะข้าคือ คอร์เนล จ้าวแห่งอมนุษย์ และข้าจะสังหารเจ้าเสียที่นี่

การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว.... 

เกเบรียลต่อสู้อย่างยากลำบาก ฝีมือของคอร์เนลนั้นสมกับเป็นยอดนักรบผู้ก่อตั้งกลุ่มภราดร

เขากวัดแกว่งค้อนสงครามใหญ่ยักษ์นั่นได้อย่างสบาย แต่เกเบรียลก็มิได้ยอมแพ้

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เกเบรียลเองทุ่มเททุกอย่างในการต่อสู้ครั้งนี้ และเขากำลังจะชนะ

แต่แล้ว คอร์เนลที่ตกเป็นรอง กลับทิ้งอาวุธไป และใช้พลังของจ้าวแห่งอมนุษย์เข้าต่อสู้แทน


คอร์เนลที่กลายร่างแล้วนั้นรวดเร็วขึ้น ว่องไวขึ้น ดุดันขึ้น แต่นั้นยังไม่เพียงพอในการกำจัดศัตรูตรงหน้า

เกเบรียลเองก็มีพลังและประสบการณ์เพิ่มขึ้นมากมายจากการเดินทางที่ผ่านมา และเขาจะยอมแพ้ไม่ได้

การต่อสู้ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นเพื่อนำผู้ที่เขารักมากที่สุดกลับมา และจนกว่ามันจะสำเร็จ เขาจะไม่มีวันพ่าย...

เกเบรียลใช้ทุกอย่างเข้าต่อสู้กับจ้าวแห่งอมนุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้พลาดท่าแก่กางเขนของเขาแล้ว

แต่แค่เพียงพลังของกางเขนนั้นยังไม่พอที่จะจบการต่อสู้ เกเบรียลเองต้องหาอาวุธที่มีพลังมากกว่านี้

แล้วเขาก็เหลือไปเห็นค้อนสงครามที่ถูกทิ้งไว้บนพื้น นี่แหละอาวุธที่เขาต้องการ...

เขาใช้โซ่กางเขนของเขากระชากเจ้าแห่งอมนุษย์เข้ามา ทำให้มันชะงักและเสียหลัก

จากนั้นเขาก็ใช้ค้อนสงคราม อาวุธคู่มือของมันเองนั่นแหละในการเผด็จศึก

อนิจจาค้อนนั้นไม่สามารถรับแรงโจมตีได้มันจึงหักลง จ้าวแห่งอมนุษย์ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์

แต่เกเบรียลก็ไม่รอช้า ใช้ด้ามค้อนนั่นแทงใส่ปากของจ้าวแห่งเงา


และนั่นคือฉากสุดท้ายของการต่อสู้ จ้าวแห่งอมนุษย์สิ้นลง...คอร์เนลจากไปแล้ว

เมื่อนั้นพลังของจ้าวแห่งเงาจึงได้เปลี่ยนมาสู่ผู้ครอบครองใหม่ของมัน เกเบรียล


พลังนั่นพุ่งเข้ามาสู่เกเบรียล ครานี้พลังนั่นเลือกสถิตย์ในเกราะขาของเขา มันร้อนราวกับถูกไฟเผา

สิ่งนั้นคือ Cyclone Boots เกราะขาของคอร์เนลซึ่งในตอนนี้ก็ได้ตกเป็นของเกเบรียลแล้ว

เขาได้ยินเสียงของมารี บอกให้เขาเร่งมือ ก่อนที่พลังศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าในดินแดนนี้จะหายไป

เกเบรียลจึงไม่รอช้า เดินเข้าไปสู่แกนกลางของพลังนั้น เขาคุกเข่าลง และกล่าว...

Oblivium Sempiternum Daemonis (ขอให้เหล่าปีศาจจงสิ้นสูญไปตลอดกาล)

ทันใดนั้นก็เกิดลำแสงสว่างวาบ เป็นเส้นตรงสูงขึ้นไป ราวกับมันจะมุ่งไปสู่สวรรค์...

เกเบรียลเห็นวัตถุชิ้นหนึ่งตกลงมา เข้าก้มลงไปมองดูและพบว่ามันคือชิ้นส่วนๆ หนึ่งของหน้ากาก...


หรือสิ่งนี้จะเป็นที่มาของพลังของจ้าวแห่งเงา?  ซึ่งตอนนี้มันตกเป็นของเขาแล้ว  

เขาเก็บซ่อนหน้ากากชิ้นนั้นเอาไว้กับตัว การต่อสู้ที่ผ่านมาช่างเหนื่อยล้า

ถึงเกเบรียลจะกำจัดจ้าวแห่งเงาได้แล้ว 1 คน แต่การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ได้จบลงง่ายๆ... 

เมื่อเกเบรียลจะออกมาข้างนอกเขาได้พบกับนกอินทรียักษ์ตัวหนึ่งรออยู่ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

อินทรีตัวนั้นก็คือร่างแปลงของแพนเทพบรรพกาลที่เคยช่วยเหลือเขาก่อนหน้านี้นั่นเอง...

Pan: เจ้าได้ครอบครองพลังอันมหาศาลแล้ว, แต่แค่นั้นมันยังไม่เพียงพอ 

เจ้าต้องไปรวบรวมอีกสองส่วนที่เหลือ มากับข้าเถอะ เวลาเราเหลือไม่มากแล้ว...

เกเบรียลจึงปีนขึ้นหลังอินทรียักษ์ตัวนั้น และบินออกไปสู่ภารกิจต่อไป...

 

จบ Chapter ที่ 3 แล้วจ้า~ สั้นมากๆ แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะมันมีแต่ฉากปีน, ห้อย, โหน กะ ฉากบู๊

ขอแปลกล้อมแกล้มไปแบบนี้ละกันน่อ (แบบว่าจริงๆ ไม่เก่งภาษาเท่าไหร่อ่ะ)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยตอนนี้้~

ชื่อ Cornell นั้นเคยโผล่มาในซีรี่ย์นี้แล้วในบทคุณ(พี่)มนุษย์หมาป่าติดน้องสาว

ในภาค Legacy of Darkness น้องสาวของเขาถูก Dracula จับตัวไปจึงต้องตามไปช่วย

และโผล่มาอีกทีในภาค Judgment ซึ่งตอนนั้นมีหน้าตาแบบนี้...

ซ้าย Legacy of Darkness ขวา Judgment

เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนเนาะ~ (ก็นี่มัน Reboot เค้าแค่เอาชื่อเก่ามาใช้ให้หายคิดถึงน่า)

 

จบฉากที่ 3 ละ เหลืออีก 9 ฉากเมื่อไหร่จะเสร็จหว่า? ช่วงนี้ก็มัวแต่เล่นเกมไม่ได้ซื้อของเล่นเลย...

เลยไม่รู้จะรีวิวอะไรแล้ว... (หรือจะทำ Spoiler เกมต่อดีหนอ Vanquish นี่มีใครสนมะ เล่าเรื่องง่ายดี)

เอาเตอะ วันนี้พอแกนี้ก่อน ไปเล่นเกมต่อล่ะ เจอกันอีกที Chapter IV นะพี่น้อง~

Comment

Comment:

Tweet

จริงๆบทสนทนานี้ ผมว่ามันเป็นตัวบ่งชี้1ในสาเหตุที่คาดเดากันได้ใน "ฉากนั้น" นะ

นั้นก็พอคิดได้ว่า ถ้า คนๆนั้น เป็นแดร็กคูล่าแล้ว กลุ่มภราดรแห่งแสง ก็ต้องออกมากำจัดแดร็กคูล่า ตามที่จุดประสงค์ของกลุ่ม

สงสัยเพียงแค่ว่า สาเหตุที่คนๆนั้นเป็นแดร็กคูล่า มันใช่สาเหตุนี้รึเปล่าแค่นั้นเอง

#3 By Soma on 2010-11-05 08:37

สุดยอด รอติดตามอีกครับผม

#2 By vazabies (183.89.136.226) on 2010-11-04 19:23

ไม่มีซักเม้นท์เลยหยอ....

#1 By Joker on 2010-11-04 11:42

======================== Free Web Site Counter ========================
========================

========================

Creative Commons License
ผลงานนี้ โดย Joker ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ reko-j.exteen.com.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://reko-j.exteen.com/